Last updated: 6 ธ.ค. 2568 | 1122 จำนวนผู้เข้าชม |
หนึ่งในคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดสำหรับคนที่เริ่มทำแบรนด์เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งลูกค้าที่ผลิตกับโรงงาน ก็คือ
“เสื้อ 1 ตัว ใช้ผ้ากี่หลาคะ?” หรือ “เดรสแบบนี้ต้องใช้ผ้ากี่หลา?”
แม้คำถามจะดูง่าย แต่คำตอบจริง ๆ ไม่ได้ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับ รูปแบบเสื้อผ้า (Pattern), หน้ากว้างของผ้า, ความยาวของตัวเสื้อ, รวมถึง ดีเทลต่าง ๆ ที่มีผลต่อปริมาณผ้าโดยตรง เช่น แขนพอง, กระโปรงบาน, หรือผ้าต้องวางตามลาย เป็นต้น
บทความนี้จาก TCM BLOG จะช่วยสรุปให้ครบว่า เสื้อ/ชุดแต่ละประเภทใช้ผ้ากี่หลา พร้อมวิธีคำนวณจริงสำหรับคนทำแบรนด์และมือใหม่ที่ต้องตัดเย็บเอง
สำหรับคนทั่วไปอาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับงานผลิตเสื้อผ้า การคำนวณปริมาณผ้าที่แม่นยำมีผลต่อ…
✔ ต้นทุนต่อชิ้น
ผ้าคือวัสดุที่มีต้นทุนสูงที่สุดในการผลิตเสื้อผ้า การคำนวณผิดเพียง 0.25–0.5 หลา ต่อชิ้น เมื่อคูณจำนวน 50–500 ตัว ต้นทุนจะต่างกันมาก
✔ การจัดซื้อผ้าไม่ขาด/ไม่เกิน
ซื้อผ้าน้อยเกินไป = ผลิตไม่ครบ / เสียเวลาซื้อเพิ่ม
ซื้อผ้าเกินมาก = ทุนจม / ของเหลือรักษายาก
✔ วางแผนแพทเทิร์นได้ดีขึ้น
รู้ปริมาณผ้าที่ต้องใช้ ทำให้ทีมแพทเทิร์นวาง Lay ได้ง่ายขึ้นและควบคุม Waste ได้ดีขึ้น
ก่อนดูตาราง เราควรรู้ก่อนว่าความยาวผ้าไม่มีสูตรตายตัว เพราะมีตัวแปรสำคัญคือ:
1) หน้าผ้า (Width)
หน้าผ้า 60 นิ้ว = ใช้ผ้าน้อยกว่า
หน้าผ้า 44–45 นิ้ว = ใช้ผ้ามากกว่า
ผ้าหน้ากว้าง วางแพทเทิร์นได้คุ้มกว่าเสมอ
2) ดีไซน์ของเสื้อผ้า
เสื้อยืด = ใช้น้อย
เสื้อแขนพอง, โบว์, กระโปรงบาน = ใช้เพิ่ม
เดรสยาว = ใช้มากสุด
3) ขนาดเสื้อผ้า (Size)
ฟรีไซซ์ vs XL ใช้ผ้าไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยต่างกัน 0.25–0.5 หลา
4) ผ้าต้องวาง “ตามลาย” หรือไม่
ผ้าลายทาง / ลายเชิง ต้องวางตามทิศลาย ทำให้สิ้นเปลืองมากขึ้น

ตัวอย่าง:
เสื้อแขนยาวหญิง
70 cm (ตัว) + 60 cm (แขน) = 130 cm ≈ 1.45 หลา
แต่โรงงานจะคำนวณเผื่อ Lay Waste ด้วย จึงปัดเป็น 1.5 หลา
ก่อนสั่งผ้า ให้ตอบคำถามเหล่านี้เพื่อประเมินได้แม่นยำขึ้น:
✔ ผ้าหน้ากว้างเท่าไหร่? (44”, 55”, 60”)
✔ มีลายต้องวางตามทิศหรือไม่?
✔ ต้องการไซซ์อะไร? หลายไซซ์หรือไซซ์เดียว?
✔ ดีไซน์เน้นปิดทรง หรือสวมหลวม?
✔ มีดีเทลที่กินผ้าไหม? เช่น ระบาย, จับจีบ, แขนพอง, กระโปรงชั้น?
หากตอบครบ โรงงานจะคำนวณได้ตรงที่สุด และลดโอกาสผ้าขาดหรือเกิน
1) ใช้ผ้าหน้ากว้าง 60 นิ้วเป็นหลัก
ลด waste ได้ 10–25% เมื่อเทียบกับหน้าผ้า 44 นิ้ว
2) ปรับแพทเทิร์นให้วางคู่กันได้
เช่น วางตัวหน้า–หลัง หรือวางแขนแบบสลับหัวท้ายเพื่อลดช่องว่าง
3) หลีกเลี่ยงผ้าลายต้องวางตามทิศ
สิ้นเปลืองเกือบ 30%
4) ปรึกษาโรงงานก่อนซื้อผ้าเอง
เพราะโรงงานเห็น Pattern จริงและรู้ Layout ดีที่สุด
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับดีไซน์, แพทเทิร์น, หน้าผ้า และขนาดเสื้อผ้า
แต่สามารถใช้ตัวเลขเฉลี่ยดังนี้สำหรับงานแฟชั่นทั่วไป:
✔ เสื้อยืด → 1–1.25 หลา
✔ เสื้อเชิ้ต → 1.5–2 หลา
✔ เดรสสั้น → 1.75–2.5 หลา
✔ เดรสยาว → 3–4 หลา
✔ กางเกงขายาว → 1.75–2.75 หลา
สำหรับเจ้าของแบรนด์ การคำนวณผ้าที่แม่นยำจะช่วยลดต้นทุนอย่างชัดเจน และทำให้การผลิตราบรื่นขึ้นมาก